ปัญหาในการจัดส่งสินค้า ในคลังเก็บสินค้า

7 ปัญหาในการจัดส่งสินค้าที่ธุรกิจมักเจอ พร้อมวิธีแก้และป้องกัน

ถ้าธุรกิจของคุณเคยส่งสินค้าไปแล้วลูกค้าโทรมาบ่น ของหาย ของเสียหาย หรือไม่รู้ว่าพัสดุอยู่ที่ไหน นั่นเป็นสัญญาณว่ากระบวนการจัดส่งสินค้ามีจุดรั่วที่ต้องแก้ไข บทความนี้ Logistplus รวบรวม 7 ปัญหาในการจัดส่งสินค้าที่พบบ่อยในธุรกิจ พร้อมวิธีแก้ไขและป้องกันจริง ๆ ที่นำไปใช้ได้เลย

ปัญหาในการจัดส่งสินค้า ส่งผลต่อธุรกิจมากกว่าที่คิดอย่างไร?

ปัญหาการจัดส่งสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องของพัสดุที่ไปไม่ถึงปลายทาง แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาพรวมของธุรกิจในหลายมิติ ตั้งแต่ต้นทุนที่บวมขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไปจนถึงลูกค้าที่หายไปแบบเงียบ ๆ

  • กระทบความพึงพอใจลูกค้า — ลูกค้าในยุคนี้คาดหวังว่าสินค้าจะถึงมือตรงเวลา ครบ และสภาพดี ถ้าพลาดสักครั้ง โอกาสที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำหรือแนะนำต่อก็ลดลงทันที
  • เพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น — ค่าส่งซ้ำ ค่าชดเชยสินค้าเสียหาย ค่าบริหาร Return ล้วนเป็นต้นทุนที่ป้องกันได้ หากกระบวนการจัดส่งถูกออกแบบมาดีพอ
  • เสี่ยงเสียโอกาสทางธุรกิจ — ในตลาด B2B โดยเฉพาะ ถ้าส่งของให้ร้านค้าหรือคู่ค้าช้ากว่ากำหนด อาจกระทบสัญญา ทำให้เสียลูกค้ารายใหญ่ได้โดยง่าย

รวม 7 ปัญหาในการจัดส่งสินค้า พร้อมวิธีแก้ที่ธุรกิจควรรู้

แต่ละปัญหาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ธุรกิจผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการที่ทำโลจิสติกส์เอง มักเจอในชีวิตจริง พร้อมแนวทางแก้ไขที่ใช้ได้จริงทุกข้อ

1. สินค้าเสียหายระหว่างทาง เกิดจากอะไร และป้องกันอย่างไร

สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง มักเกิดจากการแพ็คที่ไม่เหมาะสมกับประเภทสินค้า และกระบวนการขนย้ายที่ขาดมาตรฐาน แก้ได้ด้วยการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับสินค้าและกำหนด SOP การจัดการสินค้าตั้งแต่ในคลัง

สาเหตุที่พบบ่อยคือการใช้กล่องหรือวัสดุกันกระแทกที่ไม่เหมาะสม เช่น สินค้าแตกหักง่าย อย่างเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม ถ้าแพ็คหลวม ๆ แล้วส่งผ่านระบบขนส่งที่มีการโยนหรือซ้อนทับ โอกาสเสียหายก็สูงมาก นอกจากนี้ขั้นตอนการขนย้ายภายในคลังที่ขาดการดูแลก็เป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายได้เช่นกัน

วิธีแก้: กำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ตามประเภทสินค้า (Packaging Standard) และฝึกทีมงานให้จัดการสินค้าตาม SOP อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ การฝากสินค้าไว้กับ คลังสินค้า มืออาชีพที่มีระบบจัดการเฉพาะทาง จะช่วยการันตีได้ว่าสินค้าของคุณอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดก่อนถึงมือลูกค้า

2. จัดส่งล่าช้าไม่ตรงเวลา เกิดจากจุดไหนในกระบวนการ

การจัดส่งล่าช้ามักมีรากมาจากการวางแผนเส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการ forecast ความต้องการ และไม่มีระบบติดตามรถขนส่งแบบเรียลไทม์ แก้ได้ด้วยการนำ ระบบ TMS (Transport Management System) มาใช้ในกระบวนการ

ปัญหานี้เห็นได้ชัดในช่วงที่ออเดอร์พุ่งสูง เช่น เทศกาล หรือโปรโมชัน ถ้าไม่มีการวางแผนล่วงหน้าและไม่รู้ว่ารถแต่ละคันรับงานได้เท่าไร ก็จะเกิด bottleneck ทำให้สินค้าค้างอยู่ในคลังหรือออกรถช้ากว่าที่ควร

วิธีแก้: ใช้ระบบ TMS วางแผนเส้นทางและติดตามสถานะรถแบบ real-time พร้อมเชื่อมข้อมูลกับคลังสินค้าเพื่อให้รู้ว่างานพร้อมส่งเมื่อไร บริการที่ดีควรรองรับทั้งบริการส่งของภายใน 1 วัน (Sameday delivery) และบริการจัดส่งถึงปลายทางวันถัดไป (Nextday delivery) เพื่อความยืดหยุ่น

3. ต้นทุนขนส่งสูงเกินควบคุม ควรเริ่มแก้จากตรงไหน

ต้นทุนขนส่งที่สูงผิดปกติมักเกิดจากการวิ่งรถไม่เต็มเที่ยว และการวางแผนเส้นทางที่ไม่ได้รับการปรับปรุงที่ดีขึ้น ทำให้เสียค่าน้ำมันและค่าแรงโดยไม่จำเป็น แก้ได้ด้วยการบริหารเที่ยวรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลายธุรกิจมองว่าค่าขนส่งคือต้นทุนคงที่ แต่จริง ๆ แล้วสามารถลดได้ด้วยการรวมออเดอร์ให้รถวิ่งเต็มคัน ใช้การวางแผนเส้นทางขนส่งเพื่อลดระยะทาง และลดจำนวนรอบที่ต้องกลับคลังโดยไม่มีสินค้าวิธีแก้: วางแผนสายส่งให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ บวกกับการใช้ระบบ TMS ที่ช่วยวางแผนเส้นทางอัตโนมัติ จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างชัดเจนในระยะยาว

ปัญหาในการจัดส่งสินค้า

4. ข้อมูลที่อยู่ผิดพลาด ทำให้จัดส่งไม่สำเร็จ แก้อย่างไรดี

ข้อมูลที่อยู่ผิดพลาดเป็นหนึ่งในปัญหาที่ดูเล็กน้อย แต่ส่งผลให้การจัดส่งล้มเหลว เสียเวลา และเกิดต้นทุนเพิ่มโดยตรง สาเหตุหลักคือการกรอกข้อมูลด้วยมือที่เกิดความผิดพลาดจากคนและไม่มีระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนส่ง

ยิ่งธุรกิจขายหลายช่องทาง ทั้ง Marketplace, Line, Facebook ยิ่งมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะผิดพลาดสูงขึ้นถ้าไม่ได้ใช้ระบบรวมศูนย์

วิธีแก้: เชื่อมต่อข้อมูลออเดอร์จากทุกช่องทางเข้าสู่ระบบ WMS โดยตรงผ่าน API Integration เพื่อลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล (Human Error) และยกระดับความแม่นยำในการจัดส่งได้ตามมาตรฐาน SLA

5. ลูกค้าไม่สามารถติดตามสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลอย่างไร

เมื่อลูกค้าไม่รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการโทรสอบถามที่พุ่งสูงขึ้น ทีม CS เหนื่อยขึ้น และความเชื่อมั่นในแบรนด์ลดลง ปัญหานี้แก้ได้ตรง ๆ ด้วยการมีระบบ Tracking ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะได้เองแบบ real-time

วิธีแก้: เลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีระบบ TMS และสามารถให้ลูกค้าติดตามสถานะได้ตลอดเส้นทาง ซึ่งจะช่วยลดภาระทีมและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้พร้อมกัน

6. การสื่อสารระหว่างทีมผิดพลาด ทำให้เกิดความล่าช้า

ปัญหานี้พบบ่อยในองค์กรที่ทีมคลังสินค้าและทีมขนส่งทำงานแยกกัน ไม่มีข้อมูลที่เชื่อมถึงกัน ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน สินค้าถูกเตรียมไว้แต่รถยังไม่มา หรือรถมาแล้วแต่ของยังแพ็คไม่เสร็จ

วิธีแก้: ใช้ระบบที่รวมข้อมูลไว้ในศูนย์กลางเดียวกัน ให้ทั้งทีมคลังและทีมขนส่งเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน เช่นระบบ WMS ที่เชื่อมต่อกับ TMS แบบไร้รอยต่อ

7. การจัดการสินค้าตีกลับ (Return) ที่ไม่มีระบบ ทำให้ต้นทุนพุ่ง

สินค้าตีกลับ หรือ Return เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจ “ยอมรับ” แต่ไม่เคย “แก้” ซึ่งจริง ๆ แล้วการไม่มีขั้นตอนรองรับการ Return ที่ชัดเจนคือสาเหตุที่ต้นทุนแอบบวมขึ้นทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่งขากลับ ค่าตรวจสอบสภาพสินค้า หรือการสูญเสียสินค้าที่ยังขายได้

วิธีแก้: วางระบบ Reverse Logistics ให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนรับสินค้าคืน ตรวจสภาพ แยกประเภท ไปจนถึงการนำกลับเข้าสต็อกหรือกำจัดทิ้ง ยิ่งทำเป็นระบบมากเท่าไร ต้นทุนส่วนนี้ยิ่งลดลงได้มากเท่านั้น

แนวทางจัดการปัญหาการจัดส่งสินค้าอย่างเป็นระบบสำหรับธุรกิจ

การแก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่ได้ผลจริงไม่ใช่แค่การแก้ทีละจุด แต่ต้องมองภาพรวมตั้งแต่คลังสินค้าไปจนถึงปลายทาง และวางระบบที่ทุกกระบวนการเชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคลังสินค้า การแพ็ค การจัดส่ง ไปจนถึงการจัดการสินค้าตีกลับ

การใช้ระบบ WMS ร่วมกับ TMS ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นทุกขั้นตอนได้ชัดเจน ลดการทำงานซ้ำซ้อน และตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้การวางแผนตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและการกำหนดขั้นตอนการทำงาน (SOP) ชัดเจน ก็เป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้มากคือการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่งานที่ต้องทำด้วยมือ โดยเฉพาะในจุดที่เสี่ยงผิดพลาดสูง เช่น การรับออเดอร์ การพิมพ์ใบปะหน้า หรือการอัปเดตสถานะสินค้า เพราะยิ่งลดขั้นตอนที่ต้องอาศัยคนได้มากเท่าไร โอกาสเกิดข้อผิดพลาดก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย

เทคโนโลยีที่ช่วยให้การจัดส่งแม่นยำและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ที่ดีต้องรองรับ API เชื่อมต่อกับหลาย Platform ได้ ไม่ว่าจะเป็น Marketplace, ERP อย่าง NAV, หรือช่องทางออนไลน์อย่าง TikTok, Line, Facebook ซึ่งช่วยให้ข้อมูลออเดอร์ไหลเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลได้อย่างชัดเจน

ธุรกิจที่ใช้ระบบที่เชื่อมต่อกันทั้ง WMS และ TMS จะสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้แบบ real-time ตั้งแต่เข้าคลัง แพ็ค จัดส่ง จนถึงมือลูกค้า ซึ่งช่วยลดทั้งความผิดพลาดและเวลาที่ต้องเสียไปกับการตามงานด้วยตนเอง

การบริหารคลังสินค้าและการแพ็คที่ช่วยลดความเสียหาย

พื้นฐานการจัดส่งที่ดีเริ่มจากคลังที่มีมาตรฐาน โดยใช้ระบบ FIFO และ FEFO บริหารจัดการสต็อกให้หมุนเวียนอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงสินค้าตกรุ่นและหมดอายุ ส่วนการแพ็คสินค้ามูลค่าสูงหรือเปราะบาง จะถูกควบคุมด้วย SOP เฉพาะทาง เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาคุณภาพสินค้าให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนถึงมือคู่ค้า 

สรุป ปัญหาการจัดส่งสินค้าแก้ได้ หากวางระบบตั้งแต่ต้นทาง

ทั้ง 7 ปัญหาที่กล่าวมาล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือ เกิดจากการขาดระบบที่เชื่อมต่อกันตลอดกระบวนการ หากธุรกิจสามารถมองเห็นปัญหาและปรับปรุงกระบวนการจัดส่งสินค้าได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในระยะยาว

Logistplus ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ตั้งแต่การบริหารคลังสินค้า การแพ็ค ไปจนถึงการกระจายสินค้าทั่วประเทศ รองรับทั้ง B2B และ B2C พร้อมระบบ WMS & TMS และการเชื่อมต่อ API กับทุก Platform ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์กว่า 20  ปี และมาตรฐาน ISO 9001:2015 หากกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยแก้ปัญหาโลจิสติกส์ได้จริง สามารถปรึกษาทีมงานได้ที่

เบอร์ : 02-1300510-2

อีเมล :  contact@logistplus.co.th 

เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 08:30–18:00 น.

ติดตามข้อมูลข่าวสารจากดี ๆ จาก Logistplus ได้ที่:

Facebook: Logistplus Co.,Ltd.

YouTube: Logistplus Thailand

Line: @Logistplus

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top