User-agent: * Disallow: /wp-admin/ Allow: /wp-admin/admin-ajax.php Sitemap: https://logistplus.co.th/sitemap_index.xml
wms & tms

WMS & TMS คืออะไร? ต่างกันยังไง และระบบไหนสำคัญกับธุรกิจคุณมากกว่า

ถ้าพูดถึงการบริหารโลจิสติกส์ยุคใหม่ สองคำที่ได้ยินบ่อยมากคือ WMS และ TMS แต่หลายคนยังงงว่าสองระบบนี้ต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม หรือต้องใช้ทั้งคู่?

บทความนี้จะไขข้อสงสัยทั้งหมดครับ ตั้งแต่ความหมาย วิธีการทำงาน ความแตกต่าง ไปจนถึงแนวทางการเลือกว่าธุรกิจของคุณควรเริ่มต้นจากระบบไหนก่อน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเหมาะกับธุรกิจของตัวเองที่สุด

WMS และ TMS คืออะไร?

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจทั้งสองระบบแยกกันก่อนครับ

WMS (Warehouse Management System) คือระบบบริหารจัดการคลังสินค้า ที่ช่วยควบคุมและติดตามทุกกิจกรรมภายในคลัง ตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บในตำแหน่งที่กำหนด การหยิบสินค้าตามออเดอร์ การแพ็ก ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าออกจากคลังระบบ wms ทำให้รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน มีเท่าไหร่ และเคลื่อนไหวอย่างไรในแต่ละวัน แบบ Real-time โดยไม่ต้องนับด้วยมือหรือพึ่งพา Spreadsheet

TMS (Transportation Management System) คือระบบบริหารจัดการการขนส่ง ที่ช่วยวางแผน จัดการ และติดตามการเคลื่อนย้ายสินค้าจากคลังไปยังปลายทาง ครอบคลุมตั้งแต่การ Optimize เส้นทาง การจัดสรรรถและพาหนะ การส่งคำสั่งงานให้พนักงานขับรถ ไปจนถึงการติดตามสถานะการจัดส่งแบบ Real-time และการออกรายงานต้นทุนขนส่ง

พูดง่าย ๆ คือ WMS ดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นในคลัง และ TMS ดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นนอกคลัง ตั้งแต่ออกจากประตูคลังจนถึงมือผู้รับ

WMS & TMS ทำงานร่วมกันอย่างไรในระบบโลจิสติกส์

การที่สองระบบทำงานร่วมกันได้ดีเป็นกุญแจสำคัญของระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะทั้งสองระบบมีจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในกระบวนการส่งมอบสินค้า

ขั้นตอนในคลัง (WMS)

เมื่อออเดอร์เข้ามาในระบบ WMS จะรับข้อมูลและสั่งให้ทีมงานในคลังเริ่มกระบวนการหยิบสินค้าตาม Picklist ที่ระบบสร้างให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นทีมงานจะหยิบสินค้าตามลำดับที่ Optimize แล้ว นำมาตรวจสอบและแพ็กตามมาตรฐาน บันทึกผลการแพ็กกลับเข้าระบบ และอัปเดตสต็อกทันทีเมื่อสินค้าออกจากชั้นวาง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่ระบบ WMS คอยติดตามและบันทึกทุกการเคลื่อนไหวแบบ Real-time ทำให้สต็อกในระบบตรงกับสต็อกจริงเสมอ

ขั้นตอนการจัดส่ง (TMS)

เมื่อสินค้าแพ็กเสร็จและพร้อมจัดส่ง WMS จะส่งข้อมูลออเดอร์ไปยัง TMS โดยอัตโนมัติ จากนั้น TMS จะเริ่มวางแผนการจัดส่ง จัดสรรรถและเส้นทาง ส่งใบงานให้พนักงานขับรถ และติดตามสถานะการจัดส่งตั้งแต่ออกจากคลังจนถึงปลายทาง พร้อมแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีความผิดปกติ

การที่สองระบบส่งข้อมูลหากันแบบ Seamless ทำให้ไม่มีช่องว่างในกระบวนการและไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำในแต่ละขั้นตอน

WMS กับ TMS ต่างกันยังไง

หัวข้อ WMS TMS
โฟกัสหลัก บริหารคลังสินค้า บริหารการขนส่ง
พื้นที่ทำงาน ภายในคลังสินค้า นอกคลัง ตั้งแต่ประตูคลังถึงปลายทาง
ผู้ใช้งานหลัก ทีม Warehouse, ผู้จัดการคลัง ทีม Logistics, พนักงานขับรถ
ข้อมูลที่จัดการ สต็อก, ตำแหน่งสินค้า, การหยิบแพ็ก เส้นทาง, รถ, สถานะการจัดส่ง
ผลลัพธ์ที่ได้ สต็อกแม่นยำ, ลด Error ในคลัง ขนส่งเร็วขึ้น, ต้นทุนต่ำลง
เชื่อมต่อกับ ERP, Marketplace, TMS WMS, GPS, แอปพนักงาน

จากตารางจะเห็นว่าทั้งสองระบบไม่ได้แข่งกัน แต่เสริมกัน โดยมีบทบาทที่ชัดเจนในส่วนที่ต่างกันของกระบวนการส่งมอบสินค้า

ธุรกิจควรเริ่มใช้ WMS หรือ TMS ก่อนดี

คำถามนี้ตอบได้ โดยดูจากปัญหาหลักที่ธุรกิจกำลังเผชิญอยู่

กรณีควรเริ่มจาก WMS

เริ่มจาก WMS ก่อนถ้าธุรกิจกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ สต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริงอยู่บ่อยครั้ง ทีมงานในคลังใช้เวลานานในการหยิบสินค้าและมีความผิดพลาดสูง มีสินค้าหลาย SKU ที่ต้องบริหารจัดการพร้อมกัน หรือยังจัดการคลังด้วย Excel และกระดาษอยู่

ระบบ wms จะช่วยสร้างฐานรากที่แข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานภายในคลังก่อน เพราะถ้าข้อมูลสต็อกไม่แม่นยำตั้งแต่ต้น ระบบขนส่งที่ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

กรณีควรเริ่มจาก TMS

เริ่มจาก TMS ก่อนถ้าธุรกิจมีปัญหาหลักด้านการขนส่ง เช่น ต้นทุนขนส่งสูงเกินไป ส่งสินค้าผิดเส้นทางบ่อย ไม่สามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบ Real-time หรือมีรถวิ่งเปล่าบ่อยโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุนการวางแผน

ระบบ tms จะช่วยให้มองเห็นและควบคุมการขนส่งได้ดีขึ้นทันที ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจนในระยะเวลาสั้น

ถ้าใช้ WMS + TMS ร่วมกัน จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อทั้งสองระบบทำงานร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือการดำเนินงานที่ราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีรอยต่อ

ออเดอร์เข้ามา → WMS สั่งงานทีมในคลัง → สินค้าถูกหยิบและแพ็กอย่างแม่นยำ → WMS ส่งข้อมูลให้ TMS อัตโนมัติ → TMS วางแผนเส้นทางและจัดสรรรถ → สินค้าถูกจัดส่งตรงเวลา → ทั้งทีมและลูกค้าติดตามสถานะได้แบบ Real-time

นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ด้านข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การวิเคราะห์ว่าสินค้าแต่ละประเภทใช้เวลาในคลังนานเท่าไหร่ ต้นทุนขนส่งต่อ SKU อยู่ที่เท่าไหร่ หรือเส้นทางไหนมีประสิทธิภาพต่ำ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างมีหลักฐานแทนที่จะอาศัยความรู้สึก

ทำไม WMS ถึงเป็น “จุดเริ่มต้น” ของระบบโลจิสติกส์ที่ดี

ถ้าต้องเลือกเริ่มจากระบบเดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มจาก WMS ก่อน เพราะข้อมูลสต็อกที่แม่นยำคือรากฐานของทุกอย่างที่ตามมา

ลองนึกภาพว่าถ้าข้อมูลสต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง ไม่ว่าจะมีระบบขนส่งที่ดีแค่ไหน ก็ยังเกิดปัญหาสินค้าไม่พอส่ง ส่งผิดชิ้น หรือรับออเดอร์เกินกว่าที่มีอยู่ได้อยู่ดี ในทางกลับกัน เมื่อ WMS ทำงานได้ดีแล้ว การเพิ่ม TMS เข้ามาจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมกระโดดขึ้นอย่างชัดเจน เพราะข้อมูลที่ส่งต่อจากคลังไปยังการขนส่งมีความถูกต้องสูง

Logistplus บริหารงานด้วยทั้งระบบ tms และ WMS ที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ รองรับการ Integrate กับ ERP และ Marketplace ได้หลากหลาย Platform พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์กว่า 17 ปีและมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่การันตีคุณภาพการบริหารในทุกขั้นตอน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ WMS & TMS

Q: SME ควรลงทุนกับ WMS หรือ TMS ไหม หรือควรใช้บริการ 3PL ที่มีระบบพร้อมอยู่แล้ว?

A: สำหรับ SME ส่วนใหญ่ การใช้บริการ 3PL ที่มีทั้ง WMS และ TMS พร้อมใช้งานอยู่แล้วมักคุ้มค่ากว่าการลงทุนสร้างระบบเอง เพราะประหยัดทั้งต้นทุนซอฟต์แวร์ ค่า Implementation และค่าดูแลรักษาระบบในระยะยาว

Q: WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร?

A: ERP บริหารภาพรวมของธุรกิจทั้งหมด ทั้งการเงิน บัญชี HR และซัพพลายเชน ในขณะที่ WMS โฟกัสเฉพาะการบริหารคลังสินค้าในเชิงปฏิบัติการ ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันได้ดีมาก โดย ERP จัดการข้อมูลธุรกิจในระดับสูง และ WMS จัดการรายละเอียดในคลังแบบ Real-time

Q: TMS กับการใช้ GPS Tracking ธรรมดาต่างกันอย่างไร?

A: GPS Tracking ช่วยให้รู้ว่ารถอยู่ที่ไหน แต่ TMS ทำได้มากกว่านั้นมาก ทั้งการวางแผนเส้นทาง การจัดสรรรถ การออกใบงาน การเชื่อมต่อกับระบบออเดอร์ และการออกรายงานวิเคราะห์ต้นทุน ซึ่ง GPS เป็นเพียงหนึ่งในส่วนประกอบของ TMS เท่านั้น

Q: ใช้เวลานานแค่ไหนในการ Implement ทั้ง WMS และ TMS พร้อมกัน?

A: ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจและจำนวนระบบที่ต้องเชื่อมต่อ โดยทั่วไปอาจใช้เวลา 2–6 เดือนสำหรับการ Implement ทั้งสองระบบพร้อมกัน แต่สำหรับธุรกิจที่เลือกใช้บริการ 3PL อย่าง Logistplus จะสามารถเริ่มใช้งานได้เร็วกว่านั้นมาก เพราะระบบพร้อมใช้งานอยู่แล้ว

Q: ถ้าต้องการดูระบบ WMS และ TMS จริง ๆ ของ Logistplus ก่อนตัดสินใจได้ไหม?

A: ได้ครับ ทีมงาน Logistplus ยินดีให้ Demo และนำเสนอระบบให้ดูตามความต้องการจริงของธุรกิจ เพื่อให้คุณเห็นว่าระบบสามารถแก้ปัญหาที่กำลังเจออยู่ได้อย่างไรก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top