ในยุคที่ผู้บริโภคคาดหวังความเร็วในการรับสินค้ามากขึ้นทุกวัน การเลือกบริษัทส่งของด่วนที่เหมาะกับธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้า ต้นทุนการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจคุณ
ปัจจุบันตลาดขนส่งด่วนในไทยมีผู้เล่นหลากหลายทั้งแบบรายชิ้นสำหรับ B2C และแบบองค์กรสำหรับ B2B ซึ่งแต่ละเจ้ามีจุดแข็งและเหมาะกับรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกัน บทความนี้จะรวบรวม 10 บริษัทส่งของด่วนในไทยให้คุณเปรียบเทียบได้ในที่เดียวครับ
ทำไมธุรกิจยุคนี้ควรเลือกใช้บริษัทส่งของด่วน
ก่อนจะดูว่ามีเจ้าไหนบ้าง มาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมธุรกิจยุคนี้ถึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกพาร์ตเนอร์ขนส่งด่วนอย่างจริงจัง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลูกค้าออนไลน์จำนวนมากเปรียบเทียบตัวเลือกการจัดส่งก่อนตัดสินใจซื้อ ร้านที่มีตัวเลือกส่งของด่วนวันเดียวถึงจึงได้เปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Conversion Rate การลดการยกเลิกออเดอร์ หรือการสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาว
นอกจากนี้ การมีพาร์ตเนอร์ขนส่งที่ดีและมีระบบที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการขายได้ยังช่วยลดภาระงาน Manual ในทีมและลดความผิดพลาดในกระบวนการจัดส่งได้อีกด้วย
รวม 10 บริษัทส่งของด่วนในไทยที่น่าสนใจ
1. Logistplus
Logistplus คือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ที่โดดเด่นด้วยการให้บริการทั้ง Fulfillment และการจัดส่งแบบ B2B และ B2C ในระบบเดียวกัน ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปีในการบริหาร Supply Chain และมาตรฐาน ISO 9001:2015 Logistplus ให้บริการ Same Day Delivery ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อม Next Day ทั่วประเทศ รองรับการเชื่อมต่อ API กับ Marketplace และ ERP ได้หลากหลาย Platform มีระบบ WMS และ TMS ที่ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ และมีพื้นที่คลังสินค้าทั้งแบบอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการ Fulfillment ครบวงจรและการจัดส่งทั้ง B2B และ B2C
เว็บไซต์:https://logistplus.co.th/distribution/
2. GrabExpress
GrabExpress คือบริการส่งของด่วนจาก Grab ที่ให้บริการรับส่งพัสดุโดยใช้เครือข่ายไรเดอร์ เหมาะสำหรับการส่งสินค้าในลักษณะ Point-to-Point ในเขตเมือง มีแอปพลิเคชันให้สั่งงานได้สะดวกและติดตามสถานะได้แบบ Real-time
เหมาะกับ: การส่งพัสดุชิ้นเดียวหรือจำนวนน้อยในระยะใกล้
เว็บไซต์:https://www.grab.com/th/express/
3. Lalamove
Lalamove เป็นแพลตฟอร์ม On-demand Delivery ที่มีพาหนะให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถบรรทุก ให้บริการในเขตเมืองและมีระบบติดตามแบบ Real-time รองรับการ Integrate ผ่าน API สำหรับธุรกิจ
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกพาหนะตามขนาดสินค้า
เว็บไซต์:https://www.lalamove.com/th-th/
4. LINE MAN Messenger
LINE MAN Messenger ให้บริการรับส่งพัสดุด่วนผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN โดยใช้เครือข่ายไรเดอร์ที่ให้บริการในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง เชื่อมต่อกับระบบนิเวศของ LINE ได้อย่างสะดวก
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ขายผ่าน LINE OA และต้องการส่งด่วนในพื้นที่ให้บริการ
เว็บไซต์:https://lineman.line.me/messenger-special-offers/
5. Flash Express
Flash Express ให้บริการขนส่งพัสดุทั่วประเทศ มีเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมและมีระบบติดตามพัสดุออนไลน์ รองรับการเชื่อมต่อกับ Marketplace ต่าง ๆ สำหรับผู้ประกอบการออนไลน์
เหมาะกับ: ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งพัสดุทั่วประเทศ
เว็บไซต์:https://www.flashexpress.co.th/
6. Kerry Express
Kerry Express เป็นผู้ให้บริการขนส่งพัสดุที่มีเครือข่ายและจุดรับฝากสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับบริการ COD และมีระบบติดตามพัสดุออนไลน์ให้ตรวจสอบได้
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการเครือข่ายการส่งครอบคลุมและมีจุดรับฝากหลากหลาย
เว็บไซต์:https://th.kex-express.com/th/track/
7. J&T Express
J&T Express ให้บริการขนส่งพัสดุทั่วประเทศพร้อมบริการรับพัสดุถึงสถานที่ มีระบบติดตามออนไลน์และรองรับการส่งสินค้าหลากหลายประเภท
เหมาะกับ: ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการบริการรับพัสดุถึงที่และส่งทั่วประเทศ
เว็บไซต์:https://www.jtexpress.co.th/
8. Nim Express
Nim Express ให้บริการขนส่งพัสดุโดยเน้นพื้นที่ต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าในพื้นที่ที่ผู้ให้บริการรายใหญ่อาจครอบคลุมได้ไม่ทั่วถึง
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล
เว็บไซต์:https://www.nimexpress.com/web/p/home
9. DHL Express
DHL Express เป็นผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ มีเครือข่ายให้บริการกว่า 220 ประเทศและดินแดนทั่วโลก มีระบบติดตามระดับสากลและรองรับการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือ Cross-border E-commerce
เว็บไซต์:https://www.dhl.com/th-th/home.html
ตารางเปรียบเทียบบริษัทส่งของด่วนแต่ละเจ้า
| บริษัท | รูปแบบบริการหลัก | พื้นที่ให้บริการ | จุดเด่น |
| Logistplus | Fulfillment + ขนส่ง B2B/B2C | กรุงเทพฯ+ปริมณฑล (Same Day) / ทั่วไทย (Next Day) | ระบบครบวงจร WMS+TMS, ISO 9001:2015 |
| GrabExpress | On-demand Rider | กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ | สั่งง่ายผ่านแอป, ติดตาม Real-time |
| Lalamove | On-demand หลายพาหนะ | กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ | เลือกพาหนะได้หลายประเภท |
| LINE MAN Messenger | On-demand Rider | กรุงเทพฯ และปริมณฑล | เชื่อมต่อระบบนิเวศ LINE |
| Flash Express | ขนส่งพัสดุ | ทั่วประเทศ | เครือข่ายครอบคลุมทั่วไทย |
| Kerry Express | ขนส่งพัสดุ | ทั่วประเทศ | จุดรับฝากหลากหลาย, รองรับ COD |
| J&T Express | ขนส่งพัสดุ | ทั่วประเทศ | บริการรับพัสดุถึงที่ |
| Nim Express | ขนส่งพัสดุ | ทั่วประเทศ รวมพื้นที่ห่างไกล | ครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัด |
| DHL Express | ขนส่งระหว่างประเทศ | 220+ ประเทศทั่วโลก | มาตรฐานสากล Cross-border |
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นภาพรวมทั่วไป รายละเอียดบริการ พื้นที่ครอบคลุม และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของแต่ละบริษัท ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
วิธีเลือกบริษัทส่งของด่วนให้เหมาะกับธุรกิจ
การเลือกบริษัทส่งของด่วนไม่ควรดูแค่ราคาอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน
- พื้นที่ที่ลูกค้าอยู่ ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ การเลือกผู้ให้บริการที่แข็งแกร่งในพื้นที่เมืองย่อมสำคัญกว่า แต่ถ้าลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ความครอบคลุมต้องมาก่อน
- ประเภทและขนาดสินค้า สินค้าชิ้นเล็กน้ำหนักเบาเหมาะกับการขนส่งพัสดุทั่วไป สินค้าขนาดใหญ่หรือหนักต้องการผู้ให้บริการที่มีพาหนะรองรับ และสินค้าที่ต้องการอุณหภูมิพิเศษต้องการผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
- ปริมาณออเดอร์ ธุรกิจที่มีออเดอร์น้อยอาจใช้บริการแบบ Walk-in ได้ แต่ธุรกิจที่มีออเดอร์จำนวนมากต้องการผู้ให้บริการที่มีระบบ API เชื่อมต่อและมีรอบรับพัสดุประจำ
- ความต้องการด้านความเร็ว ถ้าลูกค้าต้องการของในวันเดียวกัน ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีบริการ Same Day อย่างชัดเจนและมีระบบรองรับโดยเฉพาะ
ธุรกิจแบบไหนควรใช้บริการส่งของด่วนวันเดียวถึง
ร้านค้าออนไลน์
ร้านค้าออนไลน์ที่มีออเดอร์สม่ำเสมอต้องการพาร์ตเนอร์ขนส่งที่มีระบบรองรับการส่งจำนวนมากพร้อมกัน รองรับ COD และมีระบบ Tracking ที่แจ้งเตือนลูกค้าอัตโนมัติ การมีบริการส่งของด่วนวันเดียวถึงช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญที่ลูกค้าต้องการของเร็ว
ธุรกิจ B2B
ธุรกิจที่ส่งสินค้าให้ตัวแทนหรือร้านค้าต้องการบริการที่มีเอกสารครบถ้วน สามารถส่งคืนใบรับสินค้าลายเซ็น และบริหารเส้นทางได้อย่างมีระบบ รองรับการส่งซ้ำหลายจุดปลายทางในรอบเดียว
ธุรกิจเอกสารสำคัญ
สำหรับธุรกิจที่ต้องส่งเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา เอกสารกฎหมาย หรือเอกสารการเงิน ความตรงเวลาและหลักฐานการส่งมอบที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บริการ Same Day ที่มีระบบยืนยันการรับพร้อมลายเซ็นจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
ธุรกิจอะไหล่หรือสินค้าที่ต้องใช้เร่งด่วน
โรงงาน อู่ซ่อมรถ หรือธุรกิจที่ต้องการอะไหล่เพื่อดำเนินงานต่อโดยไม่สะดุด การส่งช้าหมายถึงการหยุดงานและเสียรายได้ บริการส่งด่วนที่เชื่อถือได้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับกลุ่มนี้
สรุป เลือกบริษัทส่งของด่วนอย่างไรให้คุ้มค่าและตอบโจทย์
ตลาดขนส่งด่วนในไทยมีตัวเลือกมากมาย แต่กุญแจสำคัญไม่ใช่การเลือกเจ้าที่ “โฆษณาว่าเร็วที่สุด” แต่คือการเลือกเจ้าที่ “เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของคุณมากที่สุด” โดยพิจารณาจากพื้นที่ให้บริการ ความสามารถในการรองรับปริมาณออเดอร์ การ Integrate ระบบ และคุณภาพบริการโดยรวม
สำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบครบวงจรทั้ง Fulfillment และส่งด่วนภายในวันในบริการเดียวกัน Logistplus คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการ Scale ไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี มาตรฐาน ISO 9001:2015 และระบบที่เชื่อมต่อได้กับทุก Platform

