ระบบสต๊อกสินค้า คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจที่มีคลังสินค้า

ระบบสต๊อกสินค้า คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจที่มีคลังสินค้า

ปัญหาที่ธุรกิจที่มีสินค้าต้องเจอซ้ำ ๆ คือสั่งซื้อสินค้าไม่ทันเพราะไม่รู้ว่าของใกล้หมด หรือกลับกันคือสต็อกของล้นเกินความต้องการจนเงินจม สองปัญหานี้มีต้นเหตุเดียวกันคือการขาดระบบสต็อกสินค้าที่ดีพอ

ประโยชน์ของระบบ wms และระบบสต็อกสินค้าที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องที่สงวนไว้แค่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่อีกต่อไป ธุรกิจทุกขนาดที่มีสินค้าในมือล้วนได้ประโยชน์จากการมีระบบที่ช่วยให้รู้ว่ามีสินค้าอะไร เท่าไหร่ และอยู่ที่ไหน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจระบบสต็อกสินค้าอย่างครบถ้วนครับ

ระบบสต๊อกสินค้า คืออะไร?

ระบบสต็อกสินค้า คือระบบที่ใช้บันทึก ติดตาม และบริหารจัดการปริมาณสินค้าคงคลังในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่สินค้าเข้ามาในคลัง ถูกหยิบออกไปขายหรือใช้งาน ไปจนถึงการแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมดหรือเกินระดับที่กำหนด

เป้าหมายหลักของระบบสต็อกสินค้าคือการทำให้ธุรกิจรู้ตลอดเวลาว่ามีสินค้าอยู่เท่าไหร่โดยไม่ต้องนับด้วยมือทุกครั้ง ระบบที่ดีจะอัปเดตข้อมูลสินค้าแบบ Real-time ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้บริหารและทีมงานตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม การวางแผนการผลิต หรือการตอบคำถามลูกค้าเรื่องความพร้อมของสินค้า

ระบบสต๊อกสินค้าทำงานอย่างไร?

การบันทึกข้อมูลสินค้าเข้า-ออก

ทุกครั้งที่สินค้าเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้าจากซัพพลายเออร์ การหยิบสินค้าเพื่อแพ็กและจัดส่ง หรือการรับสินค้าคืน ระบบจะบันทึกธุรกรรมนั้นโดยอัตโนมัติผ่านการสแกน Barcode หรือ RFID ทำให้ข้อมูลในระบบตรงกับสินค้าจริงในคลังอยู่เสมอ โดยไม่ต้องรอให้พนักงานมาอัปเดตด้วยมือซึ่งมีโอกาสผิดพลาดสูง

การตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือ

ระบบแสดงจำนวนสินค้าคงเหลือของทุก SKU ได้แบบ Real-time ผ่าน Dashboard ที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ทีมงานไม่จำเป็นต้องเดินไปนับในคลังทุกครั้งที่มีคำถาม และผู้บริหารสามารถดูภาพรวมสต็อกทั้งหมดได้จากหน้าจอเดียว ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดจากการนับด้วยมือได้อย่างมีนัยสำคัญ

การแจ้งเตือนสินค้าใกล้หมดหรือเกินสต๊อก

ระบบสต็อกที่ดีจะมีการกำหนด Reorder Point สำหรับแต่ละ SKU เมื่อสินค้าลดลงถึงระดับที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนอัตโนมัติให้ทีมจัดซื้อดำเนินการสั่งซื้อก่อนของจะหมด ในทางกลับกัน ถ้าสต็อกสูงเกินระดับที่ตั้งไว้ ระบบก็แจ้งเตือนเพื่อให้ทีมงานระมัดระวังไม่สั่งซื้อเพิ่มโดยไม่จำเป็น ซึ่งช่วยป้องกันทั้งการขาดสต็อกและการมีสต็อกล้นเกิน

การเชื่อมต่อข้อมูลกับคลังสินค้าและการขนส่ง

ระบบสต็อกสินค้าที่ทรงพลังที่สุดไม่ได้ทำงานแบบแยกส่วน แต่เชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งระบบ WMS ที่บริหารคลังสินค้า ระบบ TMS ที่บริหารการขนส่ง และช่องทางการขายต่าง ๆ ผ่าน API ทำให้ข้อมูลไหลอัตโนมัติโดยไม่ต้องกรอกซ้ำ เมื่อออเดอร์เข้ามา สต็อกอัปเดต เมื่อสินค้าออกจากคลัง สต็อกลดลง ทุกอย่างสอดคล้องกันแบบ Real-time

ทำไมธุรกิจควรมีระบบสต๊อกสินค้า

หลายธุรกิจยังพึ่งพาการจดบันทึก Excel หรือแม้แต่ความจำของพนักงานในการบริหารสต็อก ซึ่งอาจพอรับมือได้ในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อสินค้ามีหลาย SKU และออเดอร์เพิ่มขึ้น ปัญหาจะสะสมจนยากจะแก้ไข

  • ลดความเสี่ยงสต็อกขาด สินค้าหมดก่อนสั่งซื้อใหม่ทันคือการสูญเสียโอกาสขายและทำให้ลูกค้าผิดหวัง ระบบสต็อกช่วยให้รู้ล่วงหน้าและสั่งซื้อได้ทันเวลา
  • ลดสต็อกล้นเกิน การสต็อกสินค้ามากเกินไปผูกมัด Cash Flow และเพิ่มความเสี่ยงสินค้าหมดอายุหรือล้าสมัย ข้อมูลที่แม่นยำช่วยให้สั่งซื้อในปริมาณที่เหมาะสม
  • เพิ่มความแม่นยำในการรับออเดอร์ เมื่อรู้ว่ามีสินค้าจริงเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องเสี่ยงรับออเดอร์เกินกว่าที่มี ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกออเดอร์และความไม่พอใจของลูกค้า
  • ประหยัดเวลาพนักงาน แทนที่จะให้พนักงานเสียเวลานับสต็อกด้วยมือ ระบบทำให้เขาโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าได้มากกว่า
  • ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ รายงานจากระบบสต็อกช่วยให้เห็นว่าสินค้าไหนขายดี สินค้าไหนค้างนาน และควรปรับแผนการสั่งซื้ออย่างไร

ประเภทของระบบสต๊อกสินค้าที่ธุรกิจควรรู้

ระบบสต๊อกสินค้าแบบ Manual

การบันทึกด้วยมือในสมุดหรือกระดาษ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและไม่มีค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ แต่มีโอกาสผิดพลาดสูง ข้อมูลไม่อัปเดต Real-time และไม่สามารถ Scale ได้เมื่อสินค้าและออเดอร์เพิ่มขึ้น เหมาะเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นและมีสินค้าจำนวนน้อยมากเท่านั้น

ระบบสต๊อกสินค้าแบบ Spreadsheet

Excel หรือ Google Sheets เป็นการอัปเกรดจาก Manual ที่หลายธุรกิจเลือกใช้ในช่วงแรก ให้ความยืดหยุ่นสูงและสร้างสูตรคำนวณได้ แต่ยังต้องพึ่งพาการกรอกข้อมูลด้วยมือ มีโอกาสผิดพลาดเมื่อหลายคนแก้ไขพร้อมกัน และไม่รองรับการทำงานแบบ Real-time

ระบบสต๊อกสินค้าแบบ Software

ซอฟต์แวร์บริหารสต็อกสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ มีฟีเจอร์ครบกว่า Spreadsheet ทั้งการสแกน Barcode การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และรายงานที่หลากหลาย เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการระบบที่เป็นมืออาชีพมากขึ้นแต่ยังไม่ต้องการระบบ WMS เต็มรูปแบบ

ระบบ WMS สำหรับจัดการคลังสินค้า

WMS หรือ Warehouse Management System คือระบบที่ครอบคลุมการบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการบริหารสต็อกในระดับที่ละเอียดและแม่นยำที่สุด ตั้งแต่การกำหนดตำแหน่งสินค้าในคลัง การบริหารแบบ FIFO/FEFO ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับทุก Platform ผ่าน API เหมาะกับธุรกิจที่มีคลังสินค้าขนาดกลางถึงใหญ่และมีสินค้าหลาย SKU

ระบบสต๊อกสินค้าเกี่ยวข้องกับ WMS อย่างไร?

ระบบสต็อกสินค้าคือหนึ่งในฟังก์ชันหลักของ WMS แต่ WMS ทำได้มากกว่านั้นอีกมาก การบริหารสต็อกในระบบ WMS ไม่ได้แค่บอกว่ามีสินค้าเท่าไหร่ แต่ยังบอกว่าสินค้าอยู่ที่ตำแหน่งไหนในคลัง ล็อตไหน วันหมดอายุเมื่อไหร่ และถูกจัดสรรให้ออเดอร์ไหนแล้ว

ความแตกต่างที่สำคัญคือ WMS ทำให้ข้อมูลสต็อกอัปเดตทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวจริงในคลัง ไม่ใช่แค่เมื่อมีการบันทึกในระบบ ซึ่งทำให้ข้อมูลแม่นยำในระดับที่ซอฟต์แวร์สต็อกทั่วไปทำได้ยาก และเมื่อ WMS เชื่อมต่อกับช่องทางการขายและระบบ ERP ข้อมูลสต็อกจะสะท้อนความเป็นจริงในทุกมิติพร้อมกันแบบ Real-time

วิธีเลือกระบบสต๊อกสินค้าให้เหมาะกับธุรกิจ

เลือกจากขนาดของธุรกิจ

ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นอาจเริ่มจาก Software สต็อกทั่วไปได้ แต่ถ้ามีแผนเติบโต ควรเลือกระบบที่ Scale ได้ตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องย้ายระบบในอนาคต ธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีคลังสินค้าและหลาย SKU ควรพิจารณา WMS ที่มีความสามารถครบถ้วน

เลือกจากจำนวน SKU

ยิ่งมี SKU มากยิ่งต้องการระบบที่แม่นยำและจัดการได้โดยอัตโนมัติ ถ้ามีสินค้าหลักร้อย SKU ขึ้นไป การพึ่งพา Spreadsheet จะกลายเป็นงานที่ใช้เวลามากและมีโอกาสผิดพลาดสูง

เลือกจากความซับซ้อนของคลังสินค้า

คลังสินค้าที่มีสินค้าหลายประเภท ต้องการการจัดเก็บในสภาพแวดล้อมต่างกัน หรือมีการหมุนเวียนสินค้าบ่อยครั้ง ต้องการระบบที่ซับซ้อนกว่าคลังที่มีสินค้าประเภทเดียว WMS จึงเหมาะกับกรณีนี้มากกว่า Software สต็อกทั่วไป

เลือกจากความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบอื่น

ถ้าขายผ่านหลายช่องทาง เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และเว็บไซต์เอง ระบบสต็อกที่เชื่อมต่อ API กับทุกช่องทางได้โดยตรงจะประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้มากกว่าการอัปเดตแต่ละแพลตฟอร์มแยกกัน

เลือกจากรายงานและข้อมูลที่ต้องการใช้งาน

ระบุให้ชัดว่าต้องการรายงานอะไรบ้าง เช่น รายงานสต็อกรายวัน รายงานสินค้าขายดี รายงานสินค้าใกล้หมดอายุ หรือรายงานต้นทุนสินค้าคงคลัง แล้วเลือกระบบที่ให้รายงานเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องดึงข้อมูลออกมาคำนวณเองทุกครั้ง

สรุป ระบบสต๊อกสินค้าคืออะไร และทำไมธุรกิจควรเริ่มใช้งาน

ระบบสต็อกสินค้าคือรากฐานสำคัญของการบริหารธุรกิจที่มีสินค้าในมือ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้กระจายสินค้า การรู้ว่ามีสินค้าเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน และควรสั่งซื้อเพิ่มเมื่อไหร่ คือข้อมูลที่ทำให้ธุรกิจตัดสินใจได้ถูกต้องและรวดเร็วในทุกสถานการณ์

สำหรับธุรกิจที่มีคลังสินค้าและต้องการระบบที่ครบถ้วนที่สุด การเลือกใช้ WMS ที่มีระบบสต็อกสินค้าในตัวและเชื่อมต่อกับทุก Platform ได้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว และนั่นคือสิ่งที่ Logistplus ให้บริการ ด้วยระบบ WMS ที่บริหารสต็อกได้แบบ FIFO และ FEFO เชื่อมต่อ API กับทุกช่องทางการขาย ทีมงานที่มีประสบการณ์กว่า 17 ปี และมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่รับประกันความแม่นยำในทุกขั้นตอน หากคุณสงสัยว่าระบบ wmsตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างไร ทีมงาน Logistplus พร้อมให้คำปรึกษาได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับระบบสต๊อกสินค้า

Q: ระบบสต็อกสินค้ากับ ERP ต่างกันอย่างไร?

A: ERP คือระบบบริหารทรัพยากรองค์กรทั้งหมด ครอบคลุมทั้งบัญชี การเงิน HR และซัพพลายเชน ส่วนระบบสต็อกสินค้าโฟกัสเฉพาะการบริหารสินค้าคงคลัง ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันได้ดี โดย ERP อาจรวมฟังก์ชันสต็อกพื้นฐานไว้ด้วย แต่ถ้าต้องการความละเอียดในการบริหารคลังสินค้า WMS ที่เชื่อมต่อกับ ERP จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่า

Q: ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องมีระบบสต็อกสินค้าไหม?

A: ถ้ามีสินค้ามากกว่า 20-30 SKU หรือออเดอร์เริ่มเพิ่มขึ้นจนตามยากด้วย Excel ก็ถึงเวลาพิจารณาระบบที่ดีขึ้นแล้วครับ การลงทุนในระบบสต็อกตั้งแต่เนิ่น ๆ ประหยัดได้มากกว่าการแก้ปัญหาสต็อกผิดพลาดทีหลัง

Q: ระบบสต็อกสินค้าต้องเชื่อมต่อกับ Marketplace ได้ไหม?

A: ระบบที่ดีควรเชื่อมต่อได้ครับ เพราะถ้าขายหลายช่องทางแต่อัปเดตสต็อกแยกกัน โอกาสรับออเดอร์เกินสต็อกที่มีจริงจะสูงมาก WMS ของ Logistplus รองรับการเชื่อมต่อ API กับ Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และช่องทางอื่น ๆ ได้โดยตรง

Q: ถ้าใช้บริการ Fulfillment กับ Logistplus ยังสามารถตรวจสอบสต็อกเองได้ไหม?

A: ได้ครับ ลูกค้าของ Logistplus สามารถตรวจสอบสต็อกได้แบบ Real-time ผ่าน Dashboard ของระบบ WMS ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องโทรถาม พร้อมรายงานสต็อกรายวันและรายเดือนที่ดึงข้อมูลได้ตามต้องการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top