3PL คือ

3PL คืออะไร ต่างจาก Fulfillment อย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

ถ้าเคยค้นหาข้อมูลเรื่องการจ้างคนมาดูแลงานโลจิสติกส์แทน คุณอาจเจอทั้งคำว่า 3PL และ Fulfillment ปะปนกันจนสับสนว่าสองสิ่งนี้เหมือนหรือต่างกัน หรือต้องเลือกอะไรให้ธุรกิจของตัวเอง

ความจริงคือทั้งสองคำมีความเชื่อมโยงกัน แต่ไม่ได้หมายความเดียวกันทั้งหมด และการเลือกผิดอาจทำให้ได้บริการที่ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจแม้จะจ่ายเงินไปแล้วก็ตาม บทความนี้จะอธิบายให้ชัดเจนและช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องครับ

 

3PL คืออะไร? ในการจัดการโลจิสติกส์

3PL ย่อมาจาก Third-Party Logistics คือบริษัทหรือผู้ให้บริการภายนอกที่รับจัดการงานโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้า หรือบริการโลจิสติกส์อื่น ๆ ที่ธุรกิจไม่ต้องการบริหารเอง

คำว่า 3PL มีความหมายกว้าง ครอบคลุมผู้ให้บริการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บริษัทขนส่งที่รับเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้า ไปจนถึงบริษัทโลจิสติกส์ครบวงจรที่ดูแลทั้งคลังสินค้า การจัดการออเดอร์ และการจัดส่ง ดังนั้น Fulfillment Provider จึงเป็นหนึ่งในประเภทของ 3PL แต่ 3PL ไม่ได้หมายความว่าให้บริการ Fulfillment เสมอไป

 

Fulfillment คืออะไร? และเกี่ยวข้องกับธุรกิจออนไลน์อย่างไร

Fulfillmentคือกระบวนการจัดการออเดอร์ครบวงจร ตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลัง จัดเก็บ รับออเดอร์จากทุกช่องทางขาย หยิบสินค้า แพ็ก จัดส่ง และจัดการสินค้าคืน โดยธุรกิจที่ใช้บริการ Fulfillment ไม่ต้องแตะต้องกระบวนการเหล่านี้เลย

Fulfillment โฟกัสที่การจัดการออเดอร์รายชิ้นเป็นหลัก จึงเหมาะกับธุรกิจ E-Commerce ที่มีลูกค้าปลายทางเป็นผู้บริโภครายย่อย และต้องการระบบที่เชื่อมต่อกับ Marketplace และช่องทางการขายได้โดยตรงผ่าน API เพื่อให้ออเดอร์ไหลเข้าและสินค้าออกได้โดยอัตโนมัติ

 

3PL กับ Fulfillment ต่างกันอย่างไร?

ขอบเขตการให้บริการ

3PL มีขอบเขตกว้างกว่า ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การขนส่งระหว่างโรงงานกับคลังสินค้า การขนส่งข้ามจังหวัด ไปจนถึงการบริหารคลังแบบ B2B ส่วน Fulfillment โฟกัสเฉพาะที่กระบวนการจัดการออเดอร์ครบวงจรตั้งแต่ Order เข้าจนถึงสินค้าถึงมือลูกค้า ซึ่งเหมาะกับงาน B2C เป็นหลัก

การจัดการคลังสินค้าและสต็อก

Fulfillment มีระบบ WMS ที่บริหารสต็อกระดับ SKU แบบ Real-time รองรับ FIFO และ FEFO และอัปเดตสต็อกทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ส่วน 3PL ทั่วไปอาจมีการจัดเก็บสินค้าแต่ระดับความละเอียดของการบริหารสต็อกขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย บางรายมีระบบ WMS เต็มรูปแบบ บางรายจัดการเป็นรายล็อตหรือรายพาเลทเท่านั้น

การแพ็กสินค้าและเตรียมออเดอร์

Fulfillment รวมบริการ Pick & Pack ไว้ในกระบวนการ สินค้าถูกหยิบตาม Picklist อัตโนมัติ ตรวจสอบ และแพ็กตามมาตรฐานที่กำหนดก่อนส่งออก ส่วน 3PL ที่เน้นการขนส่งมักไม่รวมบริการ Pack เป็นส่วนหนึ่งของบริการพื้นฐาน อาจต้องเพิ่มเป็นบริการเสริมหรือธุรกิจต้องจัดการเองก่อนส่งเข้าคลัง

การจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า

Fulfillment มีระบบเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งหลายรายโดยอัตโนมัติ ออกเลข Tracking และแจ้งสถานะให้ลูกค้าได้ทันที ส่วน 3PL ที่เป็นบริษัทขนส่งหลักจะรับผิดชอบการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างจุด ซึ่งอาจเป็นการขนส่งแบบ Bulk ไม่ใช่การส่งทีละออเดอร์ถึงมือผู้บริโภค

ระบบหลังบ้านและการเชื่อมต่อกับช่องทางขาย

นี่คือจุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ E-Commerce Fulfillment เชื่อมต่อ API กับ Marketplace ทุกแพลตฟอร์มได้โดยตรง ออเดอร์จาก Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ LINE ไหลเข้าระบบอัตโนมัติ ในขณะที่ 3PL ทั่วไปอาจไม่มีระบบ Order Management ที่เชื่อมต่อแบบนี้ ธุรกิจต้องจัดการออเดอร์เองและส่งคำสั่งให้คลังแยกต่างหาก

 

ตารางเปรียบเทียบ 3PL กับ Fulfillment แบบเข้าใจง่าย

หัวข้อ3PL (ทั่วไป)Fulfillment
ขอบเขตบริการกว้าง ครอบคลุมทั้ง B2B และ B2Cโฟกัส B2C และการจัดการออเดอร์
การจัดเก็บสินค้ามี อาจเป็นรายล็อตหรือรายพาเลทมี ระดับ SKU แบบ Real-time
การแพ็กสินค้าขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการรวมอยู่ในบริการ
การส่งสินค้ารวมอยู่ในบริการ (ขนส่ง Bulk)รวมอยู่ในบริการ (ส่งรายออเดอร์)
เชื่อมต่อ Marketplaceจำกัดรองรับ API ทุก Platform
ระบบติดตามสถานะบางส่วนReal-time ครบวงจร
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขนส่งหรือจัดเก็บเป็นหลักธุรกิจ E-Commerce ที่ต้องการครบวงจร

 

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับการใช้ 3PL

ธุรกิจที่ต้องการขนส่งสินค้าเป็นหลัก

โรงงานที่ต้องการส่งสินค้าจากโรงงานไปยังคลังสินค้าหรือตัวแทนจำหน่าย ธุรกิจนำเข้าที่ต้องการผู้ช่วยในการ Clear Customs และกระจายสินค้า หรือธุรกิจที่มีความต้องการขนส่งเป็นรูปแบบหลัก โดยไม่ต้องการให้ผู้ให้บริการดูแลกระบวนการหลังบ้านทั้งหมด

ธุรกิจที่มีคลังสินค้าเองแต่ต้องการพาร์ตเนอร์ด้านจัดส่ง

ธุรกิจที่มีระบบและทีมงานจัดการคลังของตัวเองแล้ว แต่ต้องการพาร์ตเนอร์ขนส่งที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้สำหรับการกระจายสินค้าออกไปยังลูกค้าหรือตัวแทน

ธุรกิจที่ต้องการลดภาระด้านโลจิสติกส์

ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการ Outsource งานโลจิสติกส์เฉพาะส่วน เช่น เฉพาะการขนส่งระหว่างเมือง หรือเฉพาะการบริหารคลังสินค้า โดยยังคงควบคุมบางส่วนของกระบวนการเองอยู่

 

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับการใช้ Fulfillment

ธุรกิจ E-Commerce ที่มีออเดอร์หลายช่องทาง

ร้านค้าที่ขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และเว็บไซต์เอง และต้องการให้ออเดอร์ทุกช่องทางรวมในระบบเดียว ประมวลผลอัตโนมัติ และออกไปถึงลูกค้าได้โดยไม่ต้องมีคนมานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำ

ธุรกิจที่ต้องการฝากเก็บ แพ็ก และส่งสินค้าในที่เดียว

ธุรกิจที่ต้องการความสะดวกสูงสุด เพียงส่งสินค้าเข้าคลังของ Fulfillment Provider แล้วทุกอย่างที่เหลือจัดการให้หมด ตั้งแต่จัดเก็บ หยิบ แพ็ก จนถึงส่งออก โดยเจ้าของธุรกิจโฟกัสได้แค่การขายและพัฒนาสินค้า

ธุรกิจที่ต้องการขยายยอดขายโดยไม่เพิ่มทีมหลังบ้าน

เมื่อยอดขายโตขึ้น Fulfillment ช่วยให้ Scale ได้โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มหรือขยายคลังสินค้าเอง เพราะผู้ให้บริการ Fulfillment มีทรัพยากรรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้ยืดหยุ่นตามจริง

 

ถ้าอยากจัดการออเดอร์ให้ครบวงจร ควรเลือกบริการแบบไหน

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของคุณต้องการอะไรกันแน่ ถ้าต้องการเฉพาะการขนส่งหรือจัดเก็บสินค้าแบบ B2B การเลือก 3PL ทั่วไปที่เหมาะกับลักษณะงานก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการจัดการออเดอร์ครบวงจรตั้งแต่ลูกค้ากดซื้อจนถึงส่งถึงมือ การเลือก Fulfillment Provider ที่มีระบบครบและเชื่อมต่อกับช่องทางการขายของคุณได้ คือคำตอบที่ตรงกว่ามาก

Logistplus ให้บริการ Fulfillment ครบวงจรที่ครอบคลุมทุกความต้องการของธุรกิจ E-Commerce ด้วยระบบ WMS ที่เชื่อมต่อ API กับทุก Marketplace พื้นที่คลังทั้งอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ บริการจัดส่งทั้ง B2B และ B2C ทั่วประเทศ ทีมงานที่มีประสบการณ์กว่า 17 ปี และมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่รับประกันคุณภาพในทุกขั้นตอน

 

สรุป 3PL และ Fulfillment ต่างกันที่ขอบเขตบริการและความครบวงจรในการจัดการออเดอร์

3PL คือคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอกทุกประเภท ส่วน Fulfillment คือบริการจัดการออเดอร์ครบวงจรที่เป็น 3PL ประเภทหนึ่งที่เน้นความครบถ้วนของกระบวนการตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลังจนถึงส่งถึงมือลูกค้า

สำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่ขายผ่านหลายช่องทางและต้องการ Scale อย่างรวดเร็ว Fulfillment ตอบโจทย์ได้ครบกว่าเพราะมีระบบที่เชื่อมต่อกับทุก Platform และจัดการทุกขั้นตอนในที่เดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาหลายผู้ให้บริการพร้อมกัน

ต้องการปรึกษาเรื่อง Fulfillment สำหรับธุรกิจของคุณ? คลิกติดต่อ Logistplus 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง 3PL กับ Fulfillment

Q: 4PL คืออะไร และต่างจาก 3PL อย่างไร?

A: 4PL หรือ Fourth-Party Logistics คือผู้ให้บริการที่ทำหน้าที่เป็น Integrator บริหารจัดการ 3PL หลายรายให้ธุรกิจในฐานะที่ปรึกษาและผู้ประสานงานกลาง โดยไม่จำเป็นต้องมีสินทรัพย์ด้านโลจิสติกส์เองโดยตรง ซึ่งซับซ้อนและเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า SME

Q: Fulfillment Provider คือ 3PL ไหม?

A: ใช่ครับ Fulfillment Provider เป็น 3PL ประเภทหนึ่ง แต่ 3PL ไม่ได้หมายความว่าให้บริการ Fulfillment ทุกราย เพราะ 3PL มีหลายรูปแบบตั้งแต่บริษัทขนส่งไปจนถึงผู้บริหารคลังสินค้า

Q: ถ้าต้องการทั้ง B2B และ B2C พร้อมกัน ควรเลือกแบบไหน?

A: ควรเลือก Fulfillment Provider ที่รองรับทั้งสองรูปแบบครับ Logistplus รองรับทั้ง B2B ส่งให้ตัวแทนและร้านค้า และ B2C ส่งตรงถึงผู้บริโภคในระบบเดียวกัน พร้อม Same Day ในกรุงเทพฯ และ Next Day ทั่วประเทศ

Q: ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นควรเลือก 3PL หรือ Fulfillment?

A: ถ้าขายออนไลน์และต้องการความสะดวกครบวงจร Fulfillment เหมาะกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนระบบและทีมงานเอง แต่ถ้าออเดอร์ยังน้อยมากและยังจัดการเองได้ อาจรอให้ออเดอร์เติบโตถึงระดับที่ Fulfillment คุ้มค่าก่อนครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top