Inventory Stock คืออะไร? รู้จักการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ

หลายธุรกิจมองว่าสต๊อกคือทรัพย์สิน แต่ความจริงแล้วสต๊อกคือเงินสดที่ถูกแช่แข็งไว้บนชั้นวาง ถ้าเก็บน้อยเกินไปก็ขายไม่ทันจนเสียลูกค้า ถ้าเก็บมากเกินไปก็จมทุนและเสี่ยงของเสื่อมสภาพ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าสินค้าคงคลังคืออะไร มีกี่ประเภท และจะบริหารอย่างไรให้อยู่ในจุดที่พอดีกับธุรกิจของคุณจริง ๆ

Inventory Stock คืออะไร?

เริ่มจากนิยามพื้นฐานก่อนครับ inventory stock คือ วัตถุดิบ สินค้า หรืออุปกรณ์ที่ธุรกิจจัดเก็บไว้เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตหรือรอจำหน่ายให้ลูกค้า ครอบคลุมตั้งแต่ของที่ยังไม่ได้แปรรูป ไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูปที่พร้อมส่งออกจากคลัง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเงินทุนที่ลงไปแล้วแต่ยังไม่กลับมาเป็นรายได้ การบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินสดของธุรกิจ

Inventory และ Stock ต่างกันอย่างไร?

สองคำนี้ถูกใช้สลับกันจนแทบไม่มีใครแยก แต่ในทางปฏิบัติมีความต่างเล็กน้อยที่ควรรู้ไว้ คำว่า Inventory มักหมายถึงภาพรวมของทรัพยากรทั้งหมดที่ธุรกิจถือครอง รวมทั้งวัตถุดิบและงานระหว่างผลิต ส่วน Stock มักถูกใช้เรียกสินค้าที่พร้อมขายให้ลูกค้าโดยตรงมากกว่า อย่างไรก็ตามในเอกสารและงานคลังของไทย ทั้งสองคำถูกใช้แทนกันได้โดยไม่ทำให้เข้าใจผิด

Inventory Stock มีประเภทอะไรบ้าง?

การแบ่งประเภทสต๊อกช่วยให้เรารู้ว่าควรจัดการแต่ละกลุ่มด้วยวิธีต่างกัน ลองไล่ดูสี่ประเภทหลักกันครับ

วัตถุดิบ Raw Materials

คือของที่รับเข้ามาเพื่อรอเข้ากระบวนการผลิต ยังไม่ผ่านการแปรรูปใด ๆ การบริหารกลุ่มนี้ต้องดูรอบการสั่งซื้อและ Lead Time ของซัพพลายเออร์เป็นหลัก เพื่อไม่ให้ไลน์ผลิตหยุดเพราะของขาด

สินค้าระหว่างผลิต Work in Process

คือของที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการผลิต ผลิตไปแล้วบางส่วนแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยิ่งค้างอยู่ในสถานะนี้นาน ยิ่งหมายถึงต้นทุนที่จมอยู่โดยยังขายไม่ได้

สินค้าสำเร็จรูป Finished Goods

คือสินค้าที่พร้อมส่งถึงมือลูกค้าทันที เป็นกลุ่มที่กระทบยอดขายมากที่สุด เพราะถ้าไม่มีของ ณ เวลาที่ลูกค้าต้องการ ออร์เดอร์นั้นก็หลุดมือไปเลย

สินค้าสำรอง Safety Stock

คือสต๊อกกันชนที่เผื่อไว้รองรับความไม่แน่นอน เช่น ยอดสั่งพุ่งกะทันหันหรือของจากซัพพลายเออร์มาช้า ควรตั้งระดับให้พอดี เพราะเผื่อมากเกินไปก็กลายเป็นต้นทุนจมโดยไม่จำเป็น

Inventory Stock สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?

การบริหารสต๊อกที่ดีไม่ได้ส่งผลแค่ในคลัง แต่กระทบทั้งยอดขาย ต้นทุน และความพึงพอใจของลูกค้า มาดูกันทีละด้าน

ช่วยลดปัญหาสินค้าขาดสต๊อก

เมื่อรู้ปริมาณคงเหลือที่แท้จริงตลอดเวลา ทีมขายจะกล้ารับออร์เดอร์โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขายเกินของที่มี ลดปัญหายกเลิกออร์เดอร์และเสียลูกค้าให้คู่แข่ง

ลดปัญหาสินค้าค้างคลังมากเกินไป

การเห็นข้อมูลการหมุนเวียนของแต่ละ SKU ช่วยให้รู้ว่าสินค้าตัวไหนขายช้า แล้ววางแผนระบายได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะกลายเป็น Dead Stock ที่ต้องตัดขาดทุน

ช่วยควบคุมต้นทุนการจัดเก็บสินค้า

ทุกพาเลทที่วางอยู่ในคลังมีต้นทุนพื้นที่ ค่าแรง และค่าดูแลรักษา ยิ่งเก็บของเกินความจำเป็นมากเท่าไร ต้นทุนต่อหน่วยก็สูงขึ้นโดยที่ยอดขายไม่ได้เพิ่มตาม

เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า

เมื่อรู้ตำแหน่งจัดเก็บที่ชัดเจน พนักงานจะหยิบและแพ็กได้เร็วขึ้น ทำให้ตัดรอบส่งได้ทัน ซึ่งสำคัญมากกับธุรกิจที่ต้องส่งแบบ Same Day หรือ Next Day

วิธีบริหาร Inventory Stock ให้มีประสิทธิภาพ

หลักการบริหารสต๊อกไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอจึงจะเห็นผล ลองเริ่มจากสามเรื่องนี้ครับ

กำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม

ตั้งจุดสั่งซื้อใหม่และปริมาณขั้นต่ำของแต่ละ SKU โดยอ้างอิงจากยอดขายย้อนหลังและระยะเวลารอสินค้า แทนที่จะสั่งตามความรู้สึกหรือสั่งเผื่อไว้ก่อนทุกครั้ง

ตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ

กำหนดรอบนับสต๊อกย่อยแบบ Cycle Count เพื่อเทียบของจริงกับตัวเลขในระบบเป็นระยะ วิธีนี้ช่วยจับความคลาดเคลื่อนได้เร็วกว่าการรอนับใหญ่ปีละครั้ง

วางแผนการเติมสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการ

ดูแนวโน้มยอดขายตามฤดูกาลและแคมเปญการตลาดที่กำลังจะมา แล้วประสานกับฝ่ายจัดซื้อล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ของมาถึงหลังจากที่ความต้องการผ่านไปแล้ว

ปัญหาที่พบบ่อยในการบริหาร Inventory Stock

ก่อนจะแก้ปัญหาได้ ต้องรู้ก่อนว่าอาการที่เจอบ่อยมีอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มักวนอยู่กับสามเรื่องนี้

ข้อมูลสต๊อกไม่ตรงกับสินค้าจริง

เกิดจากการบันทึกด้วยมือ การรับของโดยไม่สแกน หรือการหยิบของโดยไม่ตัดสต๊อก ผลคือระบบบอกว่ามีของ แต่พอไปหยิบจริงกลับไม่เจอ

สินค้าค้างคลังและหมุนเวียนช้า

เมื่อไม่มีการจัดลำดับการหยิบที่ชัดเจน สินค้าล็อตเก่าจะถูกดันไปอยู่ท้ายชั้นและถูกลืม จนกลายเป็นของที่ขายไม่ออกหรือเสื่อมสภาพ

พื้นที่จัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอ

หลายครั้งพื้นที่ไม่ได้ขาดจริง แต่เกิดจากการวางของไม่เป็นระบบและมีสินค้าค้างเกาะพื้นที่อยู่ พอจัดผังใหม่และระบายของค้างออก พื้นที่ก็มักจะพอใช้

Warehouse Management ช่วยจัดการ Inventory Stock ได้อย่างไร?

หลายคนสงสัยว่าประโยชน์ของคลังสินค้า มีอะไรบ้าง นอกจากการเป็นที่เก็บของ คำตอบคือคลังที่มีการบริหารอย่างเป็นระบบทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมข้อมูลสต๊อกทั้งหมด ซึ่งช่วยได้ในสามด้านหลัก

เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบสต๊อก

การรับเข้าและจ่ายออกทุกครั้งผ่านการสแกนบาร์โค้ด ทำให้ตัวเลขในระบบตรงกับของจริงแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาขายเกินสต๊อกในช่องทางออนไลน์ที่ขายพร้อมกันหลายแพลตฟอร์ม

จัดพื้นที่และตำแหน่งสินค้าอย่างเป็นระบบ

กำหนดตำแหน่งจัดเก็บตามความถี่ในการหยิบ สินค้าหมุนเร็วอยู่ใกล้จุดแพ็ก สินค้าที่ต้องดูแลพิเศษอย่างเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมอยู่ในพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ

ติดตามการรับ จัดเก็บ และจ่ายสินค้าได้ง่ายขึ้น

ทุกความเคลื่อนไหวถูกบันทึกพร้อมเลขล็อตและเวลา ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าของหายไปตรงขั้นตอนไหน และช่วยงานเรียกคืนสินค้าเฉพาะล็อตได้อย่างแม่นยำ

เพิ่มประสิทธิภาพ Inventory Stock ด้วย Warehouse Management

Logistplus ให้บริการบริหารคลังสินค้าและ Fulfillment แบบครบวงจร ทั้งเก็บ แพ็ก และส่ง ด้วยระบบ WMS ที่รองรับการจัดการแบบ FIFO และ FEFO เชื่อมต่อ API กับ ERP และ Marketplace ได้หลากหลายแพลตฟอร์ม มีทั้งพื้นที่จัดเก็บอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ พร้อมระบบ TMS จัดส่งทั้ง B2B และ B2C แบบ Same Day และ Next Day ทั่วประเทศ ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001:2015 โดยทีมงานที่มีประสบการณ์เกือบ 20 ปี

สรุป Inventory Stock และแนวทางบริหารคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ

สรุปสั้น ๆ ว่าสินค้าคงคลังคือเงินทุนที่รอเปลี่ยนกลับมาเป็นรายได้ การบริหารที่ดีจึงไม่ใช่การเก็บให้เยอะที่สุดหรือน้อยที่สุด แต่คือการหาจุดสมดุลที่ทำให้มีของพอขายโดยไม่จมทุน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ กระบวนการที่ชัดเจน และระบบคลังที่รองรับการทำงานจริงหน้างานได้

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Inventory Stock

Q: ควรนับสต๊อกบ่อยแค่ไหน?

A: แนะนำนับย่อยแบบหมุนเวียนทุกสัปดาห์หรือทุกเดือนตามกลุ่มสินค้า ดีกว่ารอปิดคลังนับใหญ่ปีละครั้ง

Q: Safety Stock ควรตั้งไว้เท่าไร?

A: ขึ้นกับความผันผวนของยอดขายและ Lead Time ของซัพพลายเออร์ สินค้าที่ยอดสวิงมากหรือรอของนานควรเผื่อมากกว่า

Q: ธุรกิจเล็กจำเป็นต้องใช้ระบบไหม?

A: เริ่มจากการบันทึกให้เป็นระเบียบก่อนได้ครับ แล้วค่อยขยับไปใช้ระบบเมื่อจำนวน SKU และช่องทางขายเพิ่มขึ้น

Q: ถ้าไม่อยากลงทุนสร้างคลังเอง ทำอย่างไร?

A: ใช้บริการคลังสินค้าและ Fulfillment ที่มีระบบพร้อมอยู่แล้ว ช่วยเปลี่ยนต้นทุนคงที่ให้ยืดหยุ่นตามยอดขายจริง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top