User-agent: * Disallow: /wp-admin/ Allow: /wp-admin/admin-ajax.php Sitemap: https://logistplus.co.th/sitemap_index.xml
บริการ Fulfillment เช็กสต็อกสินค้า

วิธีการใช้งานระบบ TMS สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นอย่างไรให้ธุรกิจจัดส่งได้มีประสิทธิภาพ

หลายธุรกิจรู้จัก TMS มานานแล้ว แต่พอถามว่า “ใช้งานจริง ๆ เริ่มต้นยังไง?” ก็มักจะหยุดคิดอยู่นาน เพราะภาพที่เห็นมักเป็นระบบที่ดูซับซ้อน มีเมนูเยอะ ไม่รู้จะจัดการตรงไหนก่อน

ความจริงแล้ว TMS มีโครงสร้างการใช้งานที่เป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน ถ้าเข้าใจหลักการและรู้ว่าแต่ละ Step ทำอะไร การใช้งานจะไม่ยากอย่างที่คิด บทความนี้จะพาคุณเดินผ่านทุกขั้นตอนแบบ Step-by-Step ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการสรุปผลการจัดส่ง พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณจัดส่งสินค้าได้มีประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกครับ

ระบบ TMS คืออะไร?

ระบบ TMS หรือ Transportation Management System คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจวางแผน บริหาร และติดตามการขนส่งสินค้าได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การจัดสรรรถและเส้นทาง การส่งคำสั่งไปยังพนักงานขับรถ ไปจนถึงการติดตามสถานะแบบ Real-time และการออกรายงานสรุปผล

สิ่งที่ทำให้ TMS แตกต่างจากการบริหารขนส่งแบบเดิมคือการที่ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากพร้อมกันได้ในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นการหาเส้นทางที่ประหยัดที่สุด การเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างผู้ให้บริการหลายราย หรือการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติในระหว่างการจัดส่ง

 

วิธีการใช้งานระบบ TMS แบบ Step-by-Step

 

Step 1: ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐาน

ก่อนจะเริ่มใช้งาน TMS ได้จริง ต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบก่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก

ข้อมูลสินค้า — ระบุชื่อสินค้า SKU น้ำหนัก ขนาด และข้อกำหนดพิเศษในการขนส่ง เช่น สินค้าเปราะบาง ต้องการอุณหภูมิควบคุม หรือมีข้อจำกัดในการวางซ้อน ข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปใช้คำนวณการจัดสรรพื้นที่รถและการแพ็กสินค้าในแต่ละเที่ยววิ่ง

ข้อมูลลูกค้า — บันทึกที่อยู่จัดส่ง เบอร์ติดต่อ เวลาที่รับสินค้าได้ (Time Window) และข้อกำหนดพิเศษของลูกค้าแต่ละราย เช่น ต้องการใบส่งสินค้าลงนามกลับ หรือต้องการรับสินค้าช่วงเช้าเท่านั้น การระบุข้อมูลเหล่านี้ให้ครบช่วยให้ระบบวางแผนเส้นทางได้แม่นยำมากขึ้น

พื้นที่จัดส่ง — กำหนด Zone การจัดส่งให้ชัดเจน แบ่งตามภูมิภาค จังหวัด หรือรัศมีระยะทาง การแบ่ง Zone ที่ดีช่วยให้ระบบ Optimize เส้นทางได้ดีขึ้นและลดต้นทุนขนส่งต่อออเดอร์

 

Step 2: นำเข้าข้อมูลคำสั่งซื้อ

เมื่อตั้งค่าพื้นฐานเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการนำออเดอร์เข้าสู่ระบบ ซึ่งทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับ Setup ของธุรกิจ

วิธีแรกคือการเชื่อมต่อ API โดยตรงกับระบบที่ใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ERP, Marketplace อย่าง Shopee หรือ Lazada, หรือแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซอย่าง TikTok Shop เมื่อมีออเดอร์ใหม่เข้ามา ข้อมูลจะถูกส่งเข้า TMS โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกรอกซ้ำ

วิธีที่สองคือการ Import ไฟล์ Excel หรือ CSV สำหรับธุรกิจที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อระบบ หรือมีออเดอร์ B2B ที่รับผ่านช่องทางอื่น สามารถจัดเตรียมไฟล์ตามรูปแบบที่ระบบกำหนดและอัปโหลดครั้งเดียวได้เลย

วิธีที่สามคือการกรอกด้วยมือ เหมาะสำหรับออเดอร์พิเศษหรือจำนวนน้อย ที่ไม่ได้ผ่านช่องทางปกติ

 

Step 3: วางแผนการจัดส่ง

นี่คือหัวใจของ TMS ที่สร้างความแตกต่างจากการบริหารขนส่งแบบเดิมมากที่สุด

เลือก Route  ระบบจะวิเคราะห์ออเดอร์ทั้งหมดและแนะนำเส้นทางที่ Optimize แล้ว โดยคำนึงถึงที่อยู่ปลายทาง เวลาที่รับสินค้าได้ และลำดับการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสามารถรับคำแนะนำของระบบโดยตรง หรือปรับแก้ด้วยตัวเองหากมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ระบบยังไม่ทราบ เช่น การจราจรช่วงพิเศษหรือเส้นทางที่ต้องหลีกเลี่ยง

เลือกรถ  ระบบจะแสดงรายการรถที่พร้อมใช้งานพร้อมข้อมูลความจุ น้ำหนักบรรทุก และสถานะปัจจุบัน คุณสามารถจัดสรรรถให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและเส้นทางในแต่ละเที่ยวได้อย่างมีเหตุผล ช่วยให้ใช้ทรัพยากรได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีรถวิ่งเปล่า

 

Step 4: ดำเนินการจัดส่ง

เมื่อวางแผนเสร็จแล้ว ระบบจะส่งรายละเอียดงานไปยังพนักงานขับรถผ่านแอปพลิเคชันหรือเอกสารใบงาน ซึ่งประกอบด้วยรายชื่อจุดส่ง เส้นทางที่กำหนด รายการสินค้า และข้อมูลลูกค้า พนักงานขับรถสามารถอัปเดตสถานะการจัดส่งแบบ Real-time ผ่านระบบ ทำให้ทีมงานในสำนักงานเห็นความคืบหน้าได้ตลอดเวลา

ในขั้นตอนนี้ระบบยังรองรับการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังลูกค้าเมื่อสินค้ากำลังจะถึง ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าไม่อยู่รับของและต้องส่งซ้ำ

 

Step 5: ติดตามและสรุปรายงาน

หลังจากการจัดส่งเสร็จสิ้น TMS จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและสร้างรายงานอัตโนมัติ ทั้งสถิติการส่งสำเร็จ อัตราการส่งซ้ำ เวลาที่ใช้ต่อเที่ยว ค่าใช้จ่ายจริงเทียบกับที่วางแผน และตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมและนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพในรอบถัดไปได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

TMS Logistics คืออะไร

ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้ TMS พร้อมวิธีแก้

ปัญหา: ข้อมูลไม่ครบเมื่อเริ่มใช้งาน 

วิธีแก้: กำหนดทีมงานที่รับผิดชอบการเตรียมข้อมูลก่อน Go-live อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลลูกค้า สินค้า และพื้นที่จัดส่งให้ครบถ้วนก่อนเริ่มใช้งานจริง

ปัญหา: พนักงานไม่ยอมรับระบบใหม่ 

วิธีแก้: เริ่มจาก Quick Win ให้พนักงานเห็นประโยชน์จากระบบใหม่ในงานประจำของตัวเองก่อน เช่น การลดงานกรอกข้อมูลซ้ำ หรือการได้รับ Picklist ที่ชัดเจนขึ้น ควบคู่กับการให้การอบรมที่เพียงพอตั้งแต่ต้น

ปัญหา: ระบบ Optimize เส้นทางไม่ตรงกับความเป็นจริง 

วิธีแก้: ป้อนข้อมูลเพิ่มเติมให้ระบบ เช่น Time Window ของลูกค้า ข้อจำกัดเส้นทาง หรือข้อมูลจราจรในพื้นที่ และปรับ Parameter ของระบบให้สอดคล้องกับบริบทจริงของธุรกิจ

ปัญหา: Integration กับระบบเดิมทำงานไม่สมบูรณ์ 

วิธีแก้: ทำ UAT (User Acceptance Testing) อย่างละเอียดก่อน Go-live โดยทดสอบด้วยข้อมูลจริงในปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยขยายปริมาณเมื่อมั่นใจว่าระบบทำงานถูกต้อง

 

TMS ควรใช้ร่วมกับระบบอะไรบ้าง

ระบบ TMS ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทานอย่างครบวงจร

  • WMS (Warehouse Management System)  การเชื่อมต่อ TMS กับ WMS ทำให้ข้อมูลสต็อก ตำแหน่งสินค้า และสถานะการหยิบแพ็กสอดคล้องกันแบบ Real-time ออเดอร์ที่แพ็กเสร็จแล้วจะส่งสัญญาณให้ TMS เริ่มวางแผนการจัดส่งได้ทันที โดยไม่ต้องรอการยืนยันจากคนกลาง
  • ERP (Enterprise Resource Planning)  การเชื่อมต่อกับ ERP ทำให้ข้อมูลการสั่งซื้อ ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลการเงินไหลเข้าสู่ TMS อัตโนมัติ ลดการกรอกซ้ำและลดโอกาสผิดพลาดจากการ Manual Entry
  • Marketplace และช่องทางการขาย  การเชื่อมต่อโดยตรงกับ Shopee, Lazada, TikTok Shop, Line, Facebook และช่องทางอื่น ๆ ทำให้ออเดอร์ทุกช่องทางไหลเข้าระบบเดียว บริหารจัดการได้จากจุดเดียวโดยไม่ต้องสลับหน้าจอ
  • GPS และแอปพนักงานขับรถ  การเชื่อมต่อกับระบบ GPS และแอปพลิเคชันสำหรับพนักงานขับรถช่วยให้ติดตามตำแหน่งได้แบบ Real-time อัปเดตสถานะจัดส่งได้ทันที และเก็บหลักฐานการส่งมอบได้อัตโนมัติ

Logistplus บริหารงานด้วย ระบบ TMS ที่เชื่อมต่อครบทุก Platform ตั้งแต่ WMS, ERP ไปจนถึงช่องทางการขายออนไลน์หลากหลาย ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปีและมาตรฐาน ISO 9001:2015 ทำให้ทุกการจัดส่งทำงานได้อย่างแม่นยำและติดตามได้ตลอดเส้นทาง

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับวิธีการใช้งานระบบ TMS

Q: มือใหม่ที่ไม่เคยใช้ระบบโลจิสติกส์มาก่อน ใช้ TMS ได้ไหม? 

A: ได้ครับ TMS สมัยใหม่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้าน IT ลึกมาก สิ่งสำคัญคือการเตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบ และผ่านการอบรมจากทีม Support ของผู้ให้บริการก่อนเริ่มใช้งานจริง

Q: ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะใช้ TMS ได้คล่อง? 

A: โดยทั่วไปทีมงานที่ผ่านการอบรมและเริ่มใช้งานจริงจะเริ่มคล่องขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์แรก และเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเดือนแรก ทั้งด้านความเร็วในการวางแผนและการลดความผิดพลาด

Q: ถ้าไม่อยากลงทุน TMS เอง มีทางเลือกไหนบ้าง? 

A: การใช้บริการ 3PL ที่มีระบบ TMS พร้อมใช้งานอยู่แล้ว เช่น Logistplus เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องการลงทุนระบบเอง คุณจะได้ประโยชน์ของ TMS เต็มรูปแบบโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการติดตั้งและดูแลระบบ

Q: TMS สามารถรองรับการจัดส่งทั้ง B2B และ B2C พร้อมกันได้ไหม? 

A: ได้ครับ TMS ที่ดีรองรับการบริหารการจัดส่งทั้งสองโมเดลพร้อมกัน ซึ่ง Logistplus ให้บริการจัดส่ง B2B และ B2C ได้ครบวงจร ทั้ง Same Day ในกรุงเทพฯ และ Next Day ทั่วประเทศ

Q: หากเกิดปัญหาระหว่างใช้งาน มีทีม Support ไหม? 

A: ผู้ให้บริการที่ดีจะมีทีม Support พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา Logistplus มีทีมงานที่มีประสบการณ์คอยดูแลและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินธุรกิจ

สนใจปรึกษาเรื่องระบบ TMS และบริการโลจิสติกส์ครบวงจร? คลิกติดต่อ Logistplus 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top