User-agent: * Disallow: /wp-admin/ Allow: /wp-admin/admin-ajax.php Sitemap: https://logistplus.co.th/sitemap_index.xml
ภายในคลังสินค้ามีอะไรบ้าง

ภายในคลังสินค้าจัดเก็บสิ่งใดบ้าง? เจาะลึกโครงสร้างการจัดเก็บสินค้าในคลังแบบครบถ้วน

เมื่อพูดถึงคลังสินค้า หลายคนมักนึกถึงแค่พื้นที่กว้าง ๆ ที่เต็มไปด้วยชั้นวางสินค้า แต่ในความเป็นจริง คลังสินค้าที่บริหารจัดการดีมีความซับซ้อนและเป็นระบบมากกว่านั้นมาก ทั้งในแง่ของประเภทสิ่งของที่จัดเก็บ วิธีการจัดเก็บ และการแบ่งโซนพื้นที่เพื่อให้กระบวนการทำงานราบรื่นที่สุด

ถ้าคุณกำลังวางแผนจะใช้คลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเอง เช่าพื้นที่ หรือใช้บริการ 3PL บทความนี้จะพาคุณเข้าใจโครงสร้างภายในคลังสินค้าอย่างครบถ้วนเพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครับ

คลังสินค้าคืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในธุรกิจ

คลังสินค้าคือสถานที่ที่ใช้จัดเก็บสินค้าหรือวัสดุต่าง ๆ ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่สินค้าจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังจุดหมายถัดไป ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต ร้านค้าตัวแทน หรือมือลูกค้าปลายทาง บทบาทของคลังสินค้าในธุรกิจจึงไม่ใช่แค่ “ที่เก็บของ” แต่คือจุดกึ่งกลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้คลังสินค้าสำคัญต่อธุรกิจคือความสามารถในการบัฟเฟอร์ระหว่างอุปทานและอุปสงค์ ทำให้ธุรกิจสามารถรับออเดอร์ได้แม้ในช่วงที่การผลิตยังไม่เสร็จ หรือสต็อกสินค้าไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับ Peak Season โดยไม่ต้องรอสั่งผลิตใหม่ทุกครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องรู้คลังสินค้าต้องมีอะไรบ้าง และจัดการอย่างไรจึงเป็นเรื่องที่ทุกธุรกิจควรทำความเข้าใจ

ภายในคลังสินค้าจัดเก็บสิ่งใดบ้าง

1. สินค้าสำเร็จรูป

สินค้าสำเร็จรูปคือสิ่งที่พบมากที่สุดในคลังสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะในธุรกิจ B2C และ Fulfillment สินค้าเหล่านี้ผ่านกระบวนการผลิตมาครบถ้วนแล้ว บรรจุภัณฑ์พร้อม และรอเพียงการหยิบแพ็กและจัดส่งให้ลูกค้าเท่านั้น

การจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูปต้องคำนึงถึงหลาย ปัจจัย ทั้งการแยกประเภทตาม SKU การจัดวางตำแหน่งตาม Velocity (สินค้าขายดีอยู่ใกล้โซนจัดส่ง) และการรักษาสภาพสินค้าให้พร้อมส่งได้ตลอดเวลา

2. วัตถุดิบ

สำหรับธุรกิจการผลิต คลังสินค้าจะเก็บวัตถุดิบที่รอเข้ากระบวนการผลิตด้วย ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ วัสดุบรรจุภัณฑ์ สารเคมี หรือวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป

การบริหารวัตถุดิบในคลังต้องมีระบบ Reorder Point ที่ชัดเจน เพื่อให้สั่งซื้อใหม่ได้ทันก่อนของจะหมด พร้อมกับการจัดเก็บในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น บางวัตถุดิบต้องการพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิหรือความชื้น

3. สินค้าระหว่างกระบวนการ

Work In Progress (WIP) หรือสินค้าระหว่างกระบวนการ คือสิ่งของที่ผ่านขั้นตอนการผลิตหรือแปรรูปไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย เช่น สินค้าที่ประกอบเสร็จแล้วแต่ยังรอบรรจุภัณฑ์ หรือผ่านขั้นตอนแรกแล้วแต่ยังต้องเข้ากระบวนการที่สองต่อ

คลังสินค้าที่ดีจะมีโซนสำหรับ WIP แยกต่างหากเพื่อไม่ให้ปะปนกับสินค้าสำเร็จรูปหรือวัตถุดิบ ซึ่งลดความสับสนและป้องกันการหยิบผิด

4. สินค้าคงคลัง (Inventory Stock)

สินค้าคงคลังในความหมายกว้างหมายถึงทุกรายการที่อยู่ในคลัง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง รวมถึงสินค้าสำรองที่สต็อกไว้เผื่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น สินค้าที่รอส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ที่ยืนยันแล้ว และสินค้าที่อาจต้องถือไว้ในช่วงที่ราคาวัตถุดิบมีความผันผวน

การบริหาร Inventory Stock ที่ดีต้องอาศัยระบบ WMS ที่ช่วยติดตามปริมาณสินค้าแต่ละ SKU แบบ Real-time เพื่อให้รู้ตลอดเวลาว่ามีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่

5. อุปกรณ์และวัสดุแพ็กสินค้า

นอกจากสินค้าเองแล้ว ภายในคลังสินค้ายังต้องจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการแพ็กด้วย ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์หลากหลายขนาด วัสดุกันกระแทกอย่างโฟม Bubble Wrap และ Air Pillow เทปกาว ใบปะหน้า ถุงพลาสติก รวมถึงวัสดุส่งเสริมการขายอย่างการ์ดขอบคุณและ Sticker แบรนด์

การบริหารวัสดุแพ็กให้เพียงพอและพร้อมใช้งานตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารคลังที่ดี เพราะถ้าของมาแต่ไม่มีกล่องแพ็ก ทุกกระบวนการก็สะดุดทันที

รูปแบบการจัดเก็บสินค้าในคลัง (Storage Methods)

การเลือกรูปแบบการจัดเก็บที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการหยิบสินค้าและการใช้พื้นที่คลัง รูปแบบหลักที่ใช้กันมีดังนี้

  • Selective Pallet Racking ชั้นวางพาเลทแบบทั่วไปที่ให้เข้าถึงสินค้าทุก Pallet ได้โดยตรง เหมาะกับสินค้าหลาย SKU ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการหยิบ แต่ใช้พื้นที่ทางเดินมากกว่าแบบอื่น
  • Drive-in Racking ชั้นวางที่รถ Forklift สามารถขับเข้าไปหยิบหรือวางสินค้าได้โดยตรง เหมาะกับสินค้า SKU เดียวในปริมาณมาก ช่วยใช้พื้นที่ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • Flow Racking ระบบชั้นวางแบบ Gravity ที่สินค้าจะไหลมาที่ด้านหน้าอัตโนมัติเมื่อหยิบสินค้าออก เหมาะมากสำหรับสินค้าที่ต้องการระบบ FIFO หรือ FEFO เช่น สินค้าที่มีวันหมดอายุ
  • Mezzanine Storage การสร้างชั้นลอยเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง เหมาะกับคลังที่มีความสูงมากแต่พื้นที่แนวนอนจำกัด ช่วยให้ใช้ประโยชน์จากความสูงได้เต็มที่
  • Bin Storage การจัดเก็บสินค้าชิ้นเล็กในถาดหรือกล่องแยกตาม SKU เหมาะกับสินค้าที่มี SKU หลากหลายและชิ้นเล็ก เพื่อให้หยิบได้ง่ายและแม่นยำ

การจัดโซนภายในคลังสินค้า (Warehouse Layout)

คลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพต้องมีการแบ่งโซนที่ชัดเจนเพื่อให้กระบวนการทำงานไหลได้อย่างราบรื่นโดยไม่ขัดกัน โดยโซนหลักที่ควรมีในคลังสินค้ามาตรฐานได้แก่

  • โซนรับสินค้าเข้า (Receiving Zone) บริเวณที่รับสินค้าจากซัพพลายเออร์หรือโรงงาน ตรวจสอบปริมาณและสภาพ สแกน Barcode เพื่อบันทึกเข้าระบบ ก่อนจัดเก็บในตำแหน่งที่กำหนด
  • โซนจัดเก็บ (Storage Zone) พื้นที่หลักสำหรับจัดเก็บสินค้าทุกประเภท ซึ่งอาจแบ่งย่อยตามประเภทสินค้า เช่น แยกโซนสินค้าสำเร็จรูปออกจากวัตถุดิบ หรือแยกโซนสินค้าที่ต้องการอุณหภูมิพิเศษ
  • โซนหยิบและแพ็ก (Pick & Pack Zone) พื้นที่ที่ทีมงานหยิบสินค้าตาม Picklist มาตรวจสอบและแพ็กตามมาตรฐาน ควรอยู่ใกล้กับโซนสินค้าที่หมุนเร็วและโซนจัดส่ง เพื่อลดระยะเดิน
  • โซนรอจัดส่ง (Staging Zone) พื้นที่รวบรวมสินค้าที่แพ็กเสร็จแล้วและรอขึ้นรถขนส่ง แยกตามผู้ให้บริการขนส่งหรือพื้นที่ปลายทางเพื่อให้โหลดได้รวดเร็วและถูกต้อง
  • โซนสินค้าคืน (Return Zone) พื้นที่แยกต่างหากสำหรับสินค้าที่ถูกส่งคืน รอการตรวจสอบสภาพและดำเนินการต่อตามนโยบายของแต่ละธุรกิจ

สรุป ภายในคลังสินค้าจัดเก็บสิ่งใดบ้าง และควรจัดการอย่างไร

ภายในคลังสินค้าจัดเก็บสิ่งของที่หลากหลายกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่สินค้าสำเร็จรูปพร้อมจัดส่ง วัตถุดิบรอผลิต สินค้าระหว่างกระบวนการ สินค้าคงคลัง ไปจนถึงวัสดุแพ็กที่ขาดไม่ได้ในทุกวัน และสิ่งที่ทำให้คลังสินค้ามีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่การมีพื้นที่มาก แต่คือการบริหารพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการออกแบบ Layout ที่ดี การแบ่งโซนที่ชัดเจน และระบบ WMS ที่ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของสินค้าได้แบบ Real-time

หากคุณสงสัยว่าคลังสินค้าต้องมีอะไรบ้าง ที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารคลังสินค้าที่มีประสบการณ์จะช่วยให้คุณวางแผนได้ถูกทิศทางตั้งแต่ต้น

แนะนำบริการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจ

Logistplus ให้บริการคลังสินค้าครบทุกรูปแบบ ทั้งพื้นที่อุณหภูมิปกติและพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เครื่องสำอางและอาหารเสริม พร้อมระบบ WMS ที่บริหารสต็อกแบบ FIFO และ FEFO ได้อย่างแม่นยำ เชื่อมต่อกับ Marketplace และ ERP ได้ทุก Platform ผ่าน API

ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปีในการบริหาร Supply Chain และมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่รับประกันคุณภาพในทุกกระบวนการ Logistplus พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ด้านคลังสินค้าที่ธุรกิจของคุณไว้วางใจได้ ไม่ว่าจะต้องการพื้นที่จัดเก็บ บริการ Fulfillment ครบวงจร หรือแม้แต่ Onsite Service ที่ส่งทีมงานเข้าบริหารคลังของคุณโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าภายในคลัง

Q: คลังสินค้าของ Logistplus รองรับสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิได้ไหม?

A: รองรับครับ Logistplus มีพื้นที่จัดเก็บทั้งแบบอุณหภูมิปกติและแบบควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

Q: สินค้าของหลายแบรนด์จะถูกเก็บปะปนกันในคลังเดียวกันไหม?

A: สินค้าถูกแยกจัดเก็บตามเจ้าของสินค้าอย่างชัดเจนครับ ด้วยระบบ WMS ที่กำหนดตำแหน่งเฉพาะให้แต่ละ SKU ของแต่ละลูกค้า ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณถูกจัดการแยกออกจากสินค้าของลูกค้ารายอื่นโดยสิ้นเชิง

Q: ธุรกิจจะทราบได้อย่างไรว่าสินค้าของตัวเองมีเหลืออยู่เท่าไหร่ในคลัง?

A: ลูกค้าสามารถตรวจสอบสต็อกได้แบบ Real-time ผ่าน Dashboard ของระบบ WMS ได้ตลอดเวลา พร้อมรายงานสต็อกรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนที่ดึงข้อมูลได้ตามต้องการ

Q: ถ้าต้องการแพ็กสินค้าแบบ Custom เช่น ใส่การ์ด หรือจัดชุดของขวัญ ทำได้ไหม?

A: ทำได้ครับ Logistplus รองรับการแพ็กแบบ Custom ตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด ทั้งการใส่ Card ขอบคุณ การจัด Gift Set และการแพ็กแบบพิเศษ โดยทีมงานจะรับ Briefing มาตรฐานการแพ็กและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอทุกออเดอร์

Q: มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรบ้างในคลังสินค้าของ Logistplus?

A: Logistplus มีระบบ CCTV ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในคลัง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของลูกค้าได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยตลอดเวลา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Logistplus-cookie

    นโยบายการใช้คุกกี้ Logistplus นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทโดยท่านสามารถศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัท จำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น 1. คุกกี้ คืออะไร คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย 2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อการให้บริการและช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้ โดยคุกกี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการ การวิเคราะห์และนับจำนวนผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ โดยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย 3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม เว็บไซต์ของเราอาจมีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ 4. การจัดการคุกกี้ ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top